วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ไปพม่า ราคาไม่ถึงหมื่น

ตั้งใจไปทริปพม่ามานานแล้ว ในที่สุดฤกษ์โปรนกแอร์ก็ออกมาให้เราจองที่ไปกลับราคา 1,800 บาท 
ถูกจนเพื่อนฝรั่งบอกว่า เธอยืนโหนราวไปหรอ 555 ( ไม่ใช่รถเมลนะ แหม่ )

ทริปนี้ไป ไหว้เจดีย์กลางน้ำเยเลพยา-ย่างกุ้ง-หงสาวดี ( 3 วัน 2 คืน )

ค่าเสียหายไม่เกินหมื่น (ไม่รวมค่าช็อปปิ้ง )

ค่าตั๋วไปกลับ         1,800
ค่าที่พัก                 1,519
ค่าวีซ่า                     810  ( รอวีซ่า 3 วัน )
ลงเงินกองกลาง   3,000
รวม                       7,129

ค่าเดินทางค่ากิน เราไปกัน 4 กัน ลงกองกลางคนละ 3,000 บาท ก็พอจนถึงค่ารถวันสุดท้าย ส่วนอาหารในวันสุดท้ายพวกเราออกกันเอง และก็ไม่ได้แพงมากค่ะ

การเตรียมตัว : ถุงผ้าใส่รองเท้า ( เพราะต้องถอดรองเท้าทุกวัด ) , ทิชชู่เปียก , ยาแก้เมารถ สำหรับคนเมารถ เพราะทางพม่าไม่ค่อยดี

ที่พัก : Thamada hotel  2 คืน คนละ 1,519 บาท ที่พักเก่าหน่อย เพราะตึกก็น่าจะเกิน 50 ปี แต่เพื่อนแนะนำมา ก็ลองดู
         ข้อดี อยู่ในเมือง หาของกินง่าย ราคาถูก พนักงานเป็นมิตร ห้องกว้าง สะอาดอยู่นะคะ
         ข้อเสีย ตึกเก่า คือ ไม่ต้องบรรยายต่อเนอะ เพราะเฟอร์ก็ไม่ได้ใหม่อยู่แล้ว
โดยรวม แฮปปี้นะ เพราะพวกเราลุยๆ อีกอย่างก็สะอาด ห้องกว้างไม่อึดอัด ก็ราคานี้ ในย่านนี้ถือว่าโอเคค่ะ

    ( ติดเพื่อนมาด้วย แว๊ปๆๆ 55)

ไปพม่า ประทับใจมากเพราะโชคดีได้เจอแท๊กซี่ดี พาเราไปทานอาหารไม่แพงและอร่อย 555 ราคาแท๊กซี่ก็ไม่แพง ไกด์ที่ชเวดากองชื่อพี่ไข่ แนะนำดีมากกกก ถ่ายรูปสวย ทั้งรูปคนและรูปเจดีย์

วันที่ 1  เยเลพญา ชเวดากองไซน่าทาวน์(ทานบาบีคิวท้องถิ่น)
วันแรก + แลกเงินจ๊าด: ลงเครื่องตอน 7 โมงกว่าๆ และเราก็แลกเงินที่สนามบินเลยค่ะ แลกเป็นเงินจ๊าด และเก็บเงินดอลล่าห์ไว้บ้าง และมีเงินไทยติดตัวไปด้วย เพราะแต่ละร้านก็รับเงินสกุลไม่เหมือนกัน แต่การจ่ายเงินต้องคำนวนตลอดว่า จ่ายสกุลไหนถูกกว่า แต่คิดๆมาแล้ว จ่ายจ๊าดกับเงินไทยถูกกว่า แล้วแต่เรทค่ะ เพราะบางคนไปก็บอก ณ ตอนนั้น ดอลล่าห์ถูกกว่า ถือไป สามสกุลเลยจ้า

หารถเช่า :  เราใช้วิธีเรียกจากในสนามบิน เพราะเราคิดว่า ปลอดภัยและราคาต้องมาตรฐานใช่มั้ย คือ พอลงเครื่องมา ตรงทางออกจะมีเคาเตอร์เล็กๆเขียนว่า Taxi  ก็ต่อรองราคาได้ จากสนามบินไปเจดีย์เยเลพยา และกลับมาที่โรงแรม  เพราะเราเช็คอินได้บ่ายสอง ราคาอยู่ที่ 45,000 จ๊าด เป็นรถวีออส ติดแอร์ค่ะ ( ด้วยความที่ประทับใจพี่คนขับชื่อ พี่ซอ เลยจ้างต่อวันที่ 2 และ 3 ค่ะ)

มื้อเช้า พอลงเครื่องก็หิวเป็นปอบสิคะ ดีนะ เพื่อนซื้อขนมปังตุนไว้เยอะ พี่ซอพาไปกินร้านท้องถิ่น ไม่ไกลจากสนามบินค่ะ ชื่อร้าน lucky seven tea shop. เราสั่งอาหารไป 3 อย่าง ขนม 1 และชามะนาว 4 แก้ว เช็คบิลมาแทบเป็นลม  160 บาทเท่านั้นจ้า ประทับใจมาก ถูกและอร่อย 
   **อาหารพม่าออกไปทางจืดค่ะ **




เจดีย์ เยเลพญา : นั่งรถไปประมาณ 2 ชม เพราะรถติดมากกกกก พอๆกับ กรุงเทพเลย พอไปถึง จะโดนรุมให้ซื้อดอกไม้  ธูปเทียน เพราะในวัดไม่มีขาย คือ เราจะซื้อแค่ดอกไม้ก็ได้ค่ะ แล้วแต่เรา แล้วก็ไปเสียค่าข้ามเรือ เท่าไหร่จำไม่ได้ 


**บรรยากาศภายใน**


หลังจากนั้นก็ขับรถกลับเข้าย่างกุ้งเพื่อ check-in ค่ะ และเราวางแผนขอไปหลับสักงีบ เพราะบินกันไฟล์เช้ามากแทบไม่ได้นอน 555

ประมาณ 4 โมงเย็น เราก็ออกหากิน อีกครั้ง ฮ่า ตื่นมาก็หิวเลย วางแผนว่า พอทานอาหารเย็นเสร็จเราก็จะไป ชเวดากอง และต่อด้วย china town เพื่อหาอาหารรอบดึกก่อนนอน

อาหารเย็น : จริง ๆ คือ อาหารกลางวัน + เย็น ก็โบกแท๊กซี่ไปบอกเค้าไปร้านอาหารอะไรก็ได้ที่เค้าแนะนำและใกล้ชเวดากอง เค้าก็พาเราไปร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทางเข้า สวนสาธารณะ ( สวนสาธารณะนี้ สามารถเดินลัดไปชเวดากองได้ ) เราก็สั่งอาหารมาพอสมควร บางจานก็อร่อย บางจานก็จืดๆแปลกๆ ร้านนี้แถมผักเยอะมากกก จนแอบคิดว่า อยากได้น้าพริกกะปิ

เจดีย์ชเวดากอง : ไฮไลท์ของเราในค่ำคืนนี้ ทางขึ้นเจดีย์ที่พม่าจะมี 4 ทาง เป็นแบบนี้ทุกๆ เจดีย์ และจะมีร้านค้า ร้านขายดอกไม้อยู่ตลอดทางขึ้น เราต้องใช้เวลาเดินที่ชเวดากองประมาณ 2-3 ชม. ( บอกเลยว่ายังไม่ทั่วเลยค่ะ) ถ้าใครจะไป แนะนำไกด์ชื่อ พี่ไข่ เป็นไกด์ที่พาเที่ยวในชเวดากองเท่านั้น เพราะเค้าดูแลดีมาก พาไปยืนจุดที่เห็นเพชรบนยอดชัดเจนมาก และเม็ดใหญ่จริงๆ นอกจากเม็ดใหญ่แล้ว ยังเห็นเม็ดเล็กๆมีหลายสี สีม่วง สีส้ม สีฟ้า นอกจากนี้พี่เค้าถ่ายรูปสวยมากค่ะ 
ช่วงเวลาไปเจดีย์ชเวดากอง : ตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป เพราะแดดไม่ร้อน จะได้เดินสบายๆ

**ระหว่างทางขึ้น**







China Town : พอเสร็จจาก ชเวดากอง ก็หิวอีกแล้วค่ะ ก็ไปไซน่าทาวน์ คือ มันไม่เหมือนอย่างที่คิด มันเงียบๆ ไม่คึกคักเหมือนไซน่าทาวน์ประเทศอื่นๆ มีร้านข้างทางมากมาย (แต่พวกเราไม่กล้ากิน 555 ) จนกระทั้งเจอ คนไทยใหญ่ช่วยชีวิต เค้าเข้ามาแนะนำให้ไปกิน บาบีคิวปิ้งย่าง น่าจะซอย 19 นะถ้าจำไม่ผิด

ทางเดินเข้าอาจจะดูไม่น่ากิน คือ ตลอดเส้นถนนเล็กๆนั้น มีร้านปิ้งย่าง ตลอดเส้น เราเลือกเอาร้านที่ดูสะอาดและของเยอะๆ ทุกอย่าง เช่น ขาไก่ ไก่ ผัก ปลาหมึก มันจะเสียบไม้ มาหมด เราเลือกๆเอา เดี๋ยวเค้าไปปิ้งมาให้ เสริ์ฟพร้อมน้ำจิ้ม

ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะ อร่อย แต่อยากลอง พอได้ลองต้องสั่งเบิ้ลจ๊ะ อร่อยมาก มันกลมกล่อมมาก ทุกอย่างหมักด้วยซอสอะไรไม่รู้แหละ พอปิ้งมาพร้อมกินกับน้ำจิ้มของเค้า มันละมุนมาก 55 บอกเลยต้องไปกิน ร้านนี้เลยนะจ๊ะ อยู่ต้นซอย( ตอนเขียนอยู่นี้อยากแบบ ขับรถออกไปกินเลยถ้าเป็นไปได้น่ะ )


วันที่ 2  วัดไจ้คะวาย – เจดีย์ชเวมอดอว์ – พระราชวังบุเรงนอง - พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว - รับประทานอาหารเย็นที่ Golden Duck 

วันที่สอง : หงสาวดี เดินทางประมาณ 2 ชม. จากย่างกุ้งค่ะ วัดที่จะไปวัดแรกถ้าใครชอบทำบุญแนะนำเลยค่ะ เพราะจะมีพระมาให้เราใส่บาตรตอนเช้า ต้องไปก่อน 11 โมง ชื่อวัดไจ้คะวาย มีพระเณรเป็นพันๆรูปเลยค่ะ ที่มาศึกษาพระธรรม ตอนเราไปมีคนไทยนำ ข้าวต้มมัดไปใส่บาตรด้วย 


อาหารเที่ยง : ไปที่ร้านนี้เลยค่ะ Hanthawaddy อาหารน่าจะถูกปากคนไทย เพราะเหมือนเค้าปรับรสชาติให้เหมาะกับนักท่องเที่ยว ไม่จืดแบบพม่าแท้ๆๆ นอกจากนี้ บรรยากาศดีด้วย มองจากระเบียงด้านบนจะเห็นเจดีย์ชเวมอดอว์ ซึ่งเราจะไปที่นั่นกันหลังจากอิ่มท้อง 

**วิวจากระเบียงร้านอาหาร**

** อาจจะดูเลอะๆเครอะๆ แต่อร่อยใช้ได้**

เจดีย์ชเวมอดอว์ : หรือ ที่คนไทยเรียกเจดีย์จมูกร้อน เพราะเวลาที่เราแหงนหน้ามองเจดีย์ หน้าจะโดนพระอาทิตย์ส่อง จมูกก็จะร้อน
เจดีย์นี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของมอญและพม่า เจดีย์มีอายุเก่าแก่มากกว่า 1200 ปี 
ตอนอธิษฐานที่องค์เจดีย์ที่เป็นของดั้งเดิม ให้แปมือแตะหน้าผากตนเอง และไปแตะที่เจดีย์ค่ะ

 **คนพม่าจะเอาของ เทินหัว เห็นแล้วทึ่ง ขอชักภาพเป็นที่ระลึกหน่อย **







พระราชวังบุเรงนอง : คือ บางคนก็บอกไม่มีอะไร เนื่องจากถูกสร้างมาแทนของเดิม ที่ถูกทำลายไป แต่เราว่าก็สวยดี ถ่ายรูปมาเยอะเหมือนกัน
ประวัติศาสตร์บอกว่า ถูกทำลายด้วยพวกยะไข่และตองอู ในปี 2533 ได้ค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ฝังอยู่ใต้ดิน รัฐบาลจึงให้สร้างมาใหม่ โดยถอดแบบมาจากของเดิมค่ะ




พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว : เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับสองรองจากเจดีย์เจดีย์ชเวมอดอว์  มีประวัติว่า สร้างในยุคสมัยมอญเรืองอำนาจ สร้างโดยพระเจ้าเมงกะติปะ 

**เป็นพระนอนอีกที่นึงใกล้ๆกันแต่ทำชื่อวัดไม่ได้ **

คือ ไม่สามารถเที่ยวได้ทั่วหงสาวดี มีอีกหลายที่แต่เหนื่อยมากแล้วกลัวจะกลับค่ำเกินไป ทางเราเลยขอพาพี่ซอ แท๊กซี่ไปเลี้ยงขอบคุณ และเค้าแนะนำร้าน Golden Duck ที้่ย่างกุ้ง

 Golden Duck :  ร้านอาหาร ร้านนี้มีประมาณ 5 สาขา (ถ้าจำไม่ผิด ) ในย่างกุ้ง อาหารอร่อยค่ะ โดยเฉพาะเป็ดย่าง Roasted Duck อร่อยต้องสั่งเลยนะคะ แบบว่าจะสู้ เป็ด four season Londonได้รึป่าวต้อง
ลองชิมกันดูค่ะ เป็ดที่นี้พวกเราอยากจะหิ้วกลับไทยกันเลยทีเดียว 55555


วันที่ 3  เทพทันใจ  เทพกระซิบ  พระนอนตาหวาน - ตลาดสก๊อต - ทะเลสาปอินยา
เทพทันใจ  เทพกระซิบ : อยู่ติดกันค่ะ ขอบอกว่า ทันใจจริงๆขอปุ๊บ ลงเครื่อง วันรุ่งขึ้นได้รับข่างดีจากนาย เร็วไปไหมทันใจจริงๆด้วยค่ะ 

เทพทันใจกับเทพกระซิบ อยู่ฝั่งตรงข้ามกันเลย ทางวัดจะบริการนักท่องเที่ยวไทยดีมาก เพราะคนไทยไปบ่อย มีภาพข่าวภาษาไทยติดไว้ตรงทางเข้าไหว้เทพทันใจกันเลยทีเดียว 

ก่อนที่เราจะเข้าไหว้เทพทันใจ เราจะต้องเข้าไปสักการะ พระเกศาพระพุทธเจ้า ก่อน ถึงเข้าไปที่เทพทันใจค่ะ


เทพทันใจ (นัตโบโบยี)
วิธีขอพร  ขอได้ 1 อย่างเท่านั้น 
เริ่มแรก ก็เตรียมเครื่องบูชา(ทางวัดจัดเตรียมให้แล้ว) เป็นผลไม้ต่างๆ  ให้นำเงินจ๊าดและเงินบาทม้วนเป็นกรวย ( ตอนไปมีคนทำให้ค่ะ ) นำไปใส่ไว้ที่มือของเทพทันใจ จากนั้นก็เอาหน้าผากเราแตะที่นิ้งชี้ท่านแล้วขอพร ขอพรเสร็จแล้วก็ดึงเงินบาทไทย มาเก็บไว้เพื่อบูชาและเป็นศิริมงคล จากนั้นก็เดินอ้อมหลังท่านและลูบไม้เท้าของท่าน 

เทพกระซิบ
**อยู่ฝั่งตรงข้ามกันเลยค่ะ **
เทพกระซิบ
เชื่อกันว่า เป็น ธิดาของพญานาคที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก 
การบูชาเทพกระซิบ คือ น้ำนม ข้าวตอก ผลไม้ และกระซิบที่หูของท่านค่ะ

พระนอนตาหวาน



 ตลาดสก็อต : ก็จะคล้ายๆกับจตุจักรบ้านเรา มีร้านค้าขายทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่เครื่องประดับ เครื่องสำอางค์ ขายทองแท้ๆกองๆกันในตู้เลยค่า ไม่กล้าถ่ายมากลัวโดนจับ และของที่ระลึก
เวลาเปิด-ปิด : 10.00-17.00



เราไปซื้อ ของฝาก / แป้งทานาคา กันที่ร้านนี้ เพราะเจ้าของร้านมายืนหน้าตลาดและเจอเราพอดี  ราคาไม่แพงค่ะ แป้งทานาคาตลับละ 20 บาทเอง และก็ครีมทาผิวขวดเล็กๆ 6 ขวด 100 บาท 


ข้างๆตลาดสก๊อต มีห้างด้วย จำชื่อไม่ได้ แล้วก็มีอาหารพื้นเมืองขายหน้าห้าง ซึ่งแบบ อยากกินมาก แต่...ท้องอาจจะไม่พร้อมตอนนี้ ทั้งๆที่ของเค้าก็ดูสะอาดกว่าบ้านเรานะ คิดว่ากลับไปคราวหน้าอาจต้องลองจะได้รู้


ร้านอาหารแนะนำอีกแล้วค่ะ ร้านก๋วยเตี๋ยวไม่แพง ชามละ 60 บาท ปูเพียบ คือ ร้านเค้าก็มีเมนูอื่นๆเช่น สเต๊กด้วย แต่งบหมด 5555 เลยสั่งบะหมี่ปูแห้ง เสริ์ฟพร้อมน้ำซุป อร่อยดี ( แบบจืดๆหน่อย ) เส้นเหนียวนุ่มดีนะคะ





ทะเลสาปอินยา : คือไปเดินเล่นชิวๆ กินลมก็ดีนะคะ คนไม่ค่อยเยอะมาก เราไปตอนพระอาทิตย์ตกเย็นเลยได้ถาพสวยๆมาด้วย

**ปิดท้ายทริปด้วยภาพกระโดด ที่คนชอบฮิตกัน สวยดี ดูเอง ชอบเอง 555 **

********************************************************************************


ไปพม่า ราคาไม่ถึงหมื่น

ตั้งใจไปทริปพม่ามานานแล้ว ในที่สุดฤกษ์โปรนกแอร์ก็ออกมาให้เราจองที่ไปกลับราคา 1,800 บาท  ถูกจนเพื่อนฝรั่งบอกว่า เธอยืนโหนราวไปหรอ 555 ( ไม่...